เลี้ยงลูกจนท้อ...ถ้ามีคนเข้าใจก็ไปต่อได้

21/01/2026

avatar
ห้องเรียนพ่อแม่ By toolmorrow
ก- | | ก+
ไม่รู้จะสอนลูกยังไง? คุยกับลูกทีไรแล้วมีปัญหา ไม่เชื่อฟัง บ้านไม่สงบ
ดูเป็นปัญหาโลกแตกของพ่อ ๆ แม่ ๆ ทุกบ้าน
.
แต่…เคยคิดมั้ย?
จริง ๆ แล้ว “ปัญหามันใหญ่โตขนาดนั้นจริง ๆ หรือเปล่า?”
หรือเราแค่เจอทางตัน แล้วไม่รู้จะไปต่อยังไงดีต่างหาก
.
บทสัมภาษณ์ที่อยากแบ่งปันในวันนี้ มาจาก “แม่น้อง” สมาชิกในกลุ่ม Share & Care ที่เล่าเรื่องได้อย่างลึกซึ้งว่า
.
“บางทีเราเหมือนมีอะไรแปะหน้าผาก
แต่เรามองไม่เห็น คนในกลุ่มกลับเห็นและช่วยดึงออกให้”
.
คำพูดนี้ฟังดูง่าย แต่สะท้อนอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่หลายบ้าน พอเราติดกับดักความเคยชิน เราจะมองปัญหาตัวเองไม่ออก จนกว่าใครบางคนที่ผ่านจุดเดียวกันมาแล้ว จะช่วยสะท้อนให้เห็นชัดขึ้น


1. แม่น้อง แม่เลี้ยงเดี่ยวที่เริ่มต้นจาก “ความกลัวว่าจะเลี้ยงลูกพลาด”
แม่น้องสารภาพความในใจที่เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนแอบซ่อนไว้ใต้หมอน คือการที่เรา "อ่านมาเยอะ ฟังมาแยะ" ทฤษฎีจิตวิทยาเชิงบวกเต็มหัว สมองเรารู้หมดว่าต้องพูดแบบไหน ต้องใจเย็นยังไง
แต่เมื่ออยู่หน้างานจริง...วินาทีที่ลูกเมินใส่ หรือใช้คำพูดประชดประชันที่บาดหูหลุดออกมาจากปากลูก "ตำราวิเศษเล่มไหนก็ช่วยระงับอารมณ์แม่ไม่ได้"
สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือ "ความรู้สึกผิด" ที่กัดกินใจ ว่าทำไมเราถึงเป็นพ่อแม่ที่ดีตามหนังสือไม่ได้?
จนแม่ได้เข้ากลุ่มตั้งแต่ลูกชายอายุ 7 ขวบ (วันนี้อายุ 15 แล้ว)
เพราะรู้ว่าต้องทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน และต้องการพื้นที่ที่มีพ่อแม่คนอื่นที่กำลังเจอเรื่องคล้ายกัน
ไม่ใช่เพื่อบ่น แต่เพื่อ “เรียนรู้ไปด้วยกัน”


ประสบการณ์หลายปีในกลุ่มทำให้เธอรู้ว่า
บางครั้งวิธีคิดใหม่ ๆ ที่ทำให้เลี้ยงลูกง่ายขึ้น ไม่ได้มาจากหนังสือ แต่จาก “คนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน” จริง ๆ


2. กลุ่มนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อระบาย แต่เพื่อ “มองเห็นกันและกัน”


แม่น้องเล่าว่า ในวันที่คิดว่าปัญหาใหญ่จนไม่รู้จะรับมือยังไง
กลับมีพ่อแม่อีกคนบอกว่า


“เรื่องนี้บ้านฉันก็เคยเจอ…มันแก้ได้นะ”


บางคำสะท้อนช่วยให้เห็นความจริงที่เรามองไม่ออก บางคำแนะนำเล็ก ๆ ทำให้หัวใจพ่อแม่เบาลง และบางครั้ง…แค่รู้ว่า “ไม่ได้เหนื่อยอยู่คนเดียว” ก็ช่วยเยอะกว่าที่คิดมาก


3. เมื่อได้ฟังพ่อแม่ที่ผ่านวัยลูกมาแล้ว ความกังวลหลายอย่างหายไปทันที


แม่น้องเล่าว่า สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือการมีคนที่ผ่านช่วงวัยรุ่นของลูกมาก่อน
พอรู้ล่วงหน้าแบบนี้ แม่น้องกลับไม่ตกใจเวลาเจอพฤติกรรมใหม่ ๆ จากลูก แล้วยังทำให้เริ่มปรับวิธีพูดให้เหมาะกับวัยของเขามากขึ้น


4. สิ่งที่แม่น้องค้นพบ คือ “การสื่อสารต้องโตไปพร้อมกับลูก”


เธอบอกว่า วิธีที่ใช้ได้ตอนลูกประถม
พอขึ้น ม.ต้น ก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไป


ต้องเปลี่ยนจากการสั่ง เป็น การคุย
จากการอธิบายยาว เป็น ฟังให้มากขึ้น
จากความคาดหวัง เป็น ความเข้าใจ


และเมื่อเธอปรับตัว ลูกก็ค่อย ๆ เปิดใจมากขึ้นเหมือนกัน


5. สุดท้าย…ปัญหาที่เราคิดว่าใหญ่ อาจแค่ต้องการ “สายตาจากอีกคนหนึ่ง”


การเลี้ยงลูกไม่ใช่การมีคำตอบที่ถูกต้องที่สุด แต่คือการเรียนรู้ไปพร้อมกับลูก และรู้ว่าในวันที่เราสับสน ไม่ได้มีแค่เราเพียงคนเดียวที่เดินอยู่บนเส้นทางนี้


บางครั้งคำสะท้อนหนึ่งประโยค
จากพ่อ ๆ แม่ ๆ ที่เคยผ่านมาแล้ว
ช่วยให้เรากลับมามองลูกด้วยใจที่อ่อนโยนขึ้น
และกลับมามองตัวเองด้วยความเข้าใจมากกว่าเดิม


อย่างน้อยก็ทำให้เราได้อุ่นใจว่า “เราไม่ได้เจอปัญหานี้คนเดียว”
.
ยังมีพ่อ ๆ แม่ ๆ หรือผู้เลี้ยงดูอีกหลายท่านที่ต่อสู้และเรียนรู้กับเรื่องนี้ทุกวัน เพื่อดูแลให้คนที่เรารักดั่งดวงใจ ให้ได้รับในสิ่งที่ดีที่สุด
.
เพราะการเลี้ยงใครสักคนให้เติบโต ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะมนุษย์คือสิ่งบอบบางที่ต้องการการโอบกอดด้วยความเข้าใจ
เข้ามา“เรียนรู้ไปด้วยกัน กับคนหัวอกเดียวกัน” ได้ที่ https://shareandcareth.com/toolmorrow





กรุณา เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น




ความคิดเห็นล่าสุด